ฝ่ายสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
MJU Corporate Communication Center
สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ เปิด “ตลาดกลางศิษย์เก่าแม่โจ้” เป็นสื่อกลางสนับสนุนกิจการศิษย์เก่าทั่วประเทศ
สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ เปิด “ตลาดกลางศิษย์เก่าแม่โจ้” (Maejo Alumni Market Center) เพื่อเป็นสื่อกลางในการจัดจำหน่าย กระจายสินค้าบริการของศิษย์เก่าทั่วประเทศ พร้อมจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564   ณ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้  จ.เชียงใหม่ดร.สมชาย  เขียวแดง  นายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้  กล่าวว่า “ทางสมาคมฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของศิษย์เก่าที่ได้กระจายทั่วอยู่ทุกภูมิภาค ประกอบอาชีพหลากหลาย มีกิจการต่างๆ มากมาย จึงได้มีโครงการ “ตลาดกลางศิษย์เก่าแม่โจ้” (Maejo Alumni Market Center) เพื่อช่วยเหลือศิษย์เก่าในการเป็นสื่อกลางประชาสัมพันธ์  จัดจำหน่าย กระจายสินค้า ผลิตภัณฑ์และบริการ สู่ผู้บริโภค อีกช่องทางหนึ่ง โดยจัดทำเป็น Facebook Fanpage “ตลาดกลางศิษย์เก่าแม่โจ้” สำหรับเป็นช่องทางในการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์  อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมฐานข้อมูล ธุรกิจ กิจการ อาชีพของศิษย์เก่า ที่สามารถเป็นสื่อกลางในการสร้างกิจกรรมร่วมกันระหว่างสมาคมศิษย์เก่าและเครือข่ายศิษย์เก่าได้ต่อไปในอนาคต   และในวันที่ 9 เมษายน 2564 นี้ จะมีกิจกรรมเปิดตลาดอย่างเป็นทางการ มีการออกร้านจัดทำหน่ายสินค้าจากร้านค้าศิษย์เก่าที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมเปิดตลาดกลางศิษย์เก่าให้รับทราบโดยทั่วกัน”สำหรับร้านค้าที่จะมาร่วมออกร้านจำหน่ายสินค้าและประชาสัมพันธ์ในพิธีเปิดตลาดมีจำนวน กว่า 30 ร้านค้า มีทั้งร้านค้าประเภทการเกษตร กล้าพันธุ์พืชผัก ผลไม้ วัสดุเกษตร  ร้านค้าจำหน่ายสินค้าและบริการ เช่น ร้านจำหน่ายเครื่องหนัง ร้านเครื่องหนังจระเข้ ให้ทุกท่านได้มาช้อป  ธุรกิจร้านอาหาร เช่น ร้านอาหารทะเลไทย ร้านแกงป่าบ้านนายก ร้านยำแม่ปิง ยำสะเด็ด 7 ย่านน้ำ ร้านชบามหาสมุทร ที่จะมาเปิดเมนูพิเศษในงานนี้ ให้ทุกท่านได้มาชิม  พร้อมชมการแสดงบินโชว์ โดยเครื่องบินเล็ก ของบริษัทเชียงใหม่แอร์สปอตขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานเปิดตลาดกลางศิษย์เก่าแม่โจ้ ในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป ณ สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 5335 3140  
8 เมษายน 2564     |      746
ขอเชิญชาวแม่โจ้ ร่วมพิธีดำหัวผู้อาวุโสและอธิการบดี สืบสานป๋าเวณี ปี๋ใหม่เมือง ประจำปี 2564
มหาวิทยาลัยแม่โจ้  จัดพิธีดำหัวผู้อาวุโส และอธิการบดี ประจำปี 2564  ร่วมสืบสานประเพณี ปีใหม่เมือง  ในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน  2564  ตั้งแต่เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย  มหาวิทยาลัยแม่โจ้พิธีดำหัวอธิการบดีและผู้อาวุโสของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมอบหมายให้ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินกิจกรรม  เพื่อเป็นการร่วมขอขมา  คารวะผู้อาวุโส และเป็นการสืบสานประเพณีปีใหม่เมืองของชาวล้านนา หรือประเพณีปีใหม่ไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อำนวย  ยศสุข นายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานอวยพรปีใหม่, รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้แทนกล่าวขอขมาและขอพร จากนั้นคณะผู้บริหาร นายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ และผู้แทน ร่วมประเคนของดำหัวผู้อาวุโสพร้อมกัน ทั้งนี้ มีกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์อาวุโส และศิษย์เก่าอาวุโส  ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 09.09 น. อธิการบดีพร้อมด้วยผู้บริหาร กรรมการบริหารสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ จะร่วมพิธีสักการะสรงน้ำดำหัวเจ้าแม่โจ้-เจ้าพ่อโจ้  จากนั้น เวลา 09.30 น. เริ่มลงทะเบียนผู้เข้าร่วมงาน ณ ประตูวิเวก (จุดที่ 1) และจะเริ่มขบวนแห่เวลา 10.00 น. นำขบวนโดยอธิการบดี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ตามด้วยขบวนของแต่ละคณะ/สำนัก โดยขบวนจะเริ่มจากประตูวิเวก ไปตามถนนด้านหลังมหาวิทยาลัย เคลื่อนไป ณ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการเกษตรไทย  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อประกอบพิธีดำหัวต่อไปขอเชิญชวนชาวแม่โจ้ ทั้งบุคลากร คณาจารย์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน ในวันศุกร์ที่ 9 เมษายน  2564  ตั้งแต่เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมศิปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โทร. 0 5387 3302
5 เมษายน 2564     |      965
รมว.กระทรวงการอุดมศึกษาฯ เยี่ยมชมกิจการมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมปาฐกถาพิเศษ “นโยบายของ อว.สู่ทิศทางของมหาวิทยาลัยในการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษา และการพัฒนาเกษตรไทย”
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก  เหล่าธรรมทัศน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มาปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “นโยบายของ อว. สู่ทิศทางของมหาวิทยาลัย ในการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษา และการพัฒนาเกษตรไทย” ให้กับบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมทั้งชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นของมหาวิทยาลัย  เข้าเยี่ยมชมแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ แปลงปลูกกัญชาอินทรีย์ และร่วมชิมเมนูพิเศษเพื่อสุขภาพจากกัญชา ในวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม 2564 ณ  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่  พร้อมถ่ายทอดสดทาง Facebook Fanpage มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญท่านที่สนใจเข้าร่วมรับฟังการปาฐกถาพิเศษ จาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 09.30 – 10.30 น. ณ ห้องประชุม 101 ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมนานาชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังได้ที่ เว็บไซต์กองกลาง  สำนักงานมหาวิทยาลัย  https://general.mju.ac.th/wtms_registerDetail.aspx?tID=347 หรือ ร่วมรับชมออนไลน์ได้ทาง  https://www.facebook.com/MaejoUniversityสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองกลาง สำนักงานมหาวิทยาลัย โทร. 0 5387 3036-7
24 มีนาคม 2564     |      2201
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ร่วมเป็นสมาชิก UC. (University Consortium Contract) เผยแพร่ศาสตร์เกษตรในระดับนานาชาติ
University Consortium Contract  หรือ UC เป็นเครือข่ายของสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการแบ่งปันความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิชาการทางด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติซึ่งมีมหาลัยชั้นนำที่เป็นสมาชิก  UC  หลายมหาวิทยาลัย  เช่น  Tokyo University Of Agricultural, National Taiwan  Universityมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีรากฐานทางการเกษตรที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย  ได้เปิดการเรียนสอนครั้งแรกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2477 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 87 ด้วยวิสัยทัศน์เป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีความเป็นเลิศทางการเกษตรในระดับนานาชาติ” ได้ผลิตบัณฑิตออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติเป็นจำนวนมากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ  UC.  มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการประชาสัมพันธ์หลักสูตรการเรียนการสอนด้านการเกษตร ซึ่งถือเป็นศาสตร์สำคัญที่เป็นหัวใจหลักของมหาวิทยาลัย ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติกว้างขึ้น  ปัจจุบันมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีการจัดการเรียนการสอน 13 คณะ 3 วิทยาลัย ในทั้งหลักสูตรปกติและหลักสูตรนานาชาติ  โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนทางด้านการเกษตร กว่า 50 หลักสูตร  และยังมีหลักสูตรการฝึกอบรม หลักสูตร NON-Degree  หลักสูตรระยะสั้นในโครงการต่างๆ อีกหลายหลักสูตร   การเป็นร่วมเป็นสมาชิก UC. นั้น นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์หลักสูตรของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ให้กับผู้ที่สนใจ ได้เข้ามาเรียนรู้ และศึกษาต่อแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับอาจารย์ และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในการหาข้อมูล และแหล่งทุนการศึกษาในการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเครือข่าย เพื่อเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับนานาชาติได้อีกด้วย
22 มีนาคม 2564     |      763
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์
งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์บริการโลหิต โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  เปิดบริการรับบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้นางนิธิวดี จรรยาสุภาพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานอนามัยและพยาบาล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่า “ตามที่ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดแคลนโลหิต ได้ขอความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง สำหรับช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วย และมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล   โดยงานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา เป็นผู้ดำเนินการประสานงานและอำนวยความสะดวก จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพดี อายุ 17-60 ปี มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป ไม่เป็นโรคหรือพาหะของไวรัสตับอักเสบ ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด โรคเลือด โรคมะเร็ง ไม่มีประวัติผ่าตัดใหญ่  มาร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์กันค่ะ”สำหรับการเตรียมตัวชองผู้ที่จะมาบริจาคโลหิต คือ พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง  งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต  งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต รับประทานอาหารก่อนการบริจาคโลหิตและงดอาหารที่มีไขมันสูง  ดื่มน้ำ 3-4 แก้วก่อนการบริจาคโลหิตอย่างน้อย 30 นาที ไม่รับประทานยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อในระยะ 3 วันก่อนการบริจาคโลหิตขอเชิญนักศึกษา บุคลากร และผู้สนใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย     ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (สำหรับนักศึกษาที่ร่วมบริจาคโลหิตจะได้รับชั่วโมงกิจกรรมด้านจิตอาสา ครั้งละ 6  ชั่วโมง)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา  โทร. 0 5387 3074-75
4 กุมภาพันธ์ 2564     |      666
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์
งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์บริการโลหิต โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  เปิดบริการรับบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้นางนิธิวดี จรรยาสุภาพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานอนามัยและพยาบาล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่า “ตามที่ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดแคลนโลหิต ได้ขอความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง สำหรับช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วย และมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล   โดยงานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา เป็นผู้ดำเนินการประสานงานและอำนวยความสะดวก จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพดี อายุ 17-60 ปี มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป ไม่เป็นโรคหรือพาหะของไวรัสตับอักเสบ ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด โรคเลือด โรคมะเร็ง ไม่มีประวัติผ่าตัดใหญ่  มาร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์กันค่ะ”สำหรับการเตรียมตัวชองผู้ที่จะมาบริจาคโลหิต คือ พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง  งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต  งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต รับประทานอาหารก่อนการบริจาคโลหิตและงดอาหารที่มีไขมันสูง  ดื่มน้ำ 3-4 แก้วก่อนการบริจาคโลหิตอย่างน้อย 30 นาที ไม่รับประทานยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อในระยะ 3 วันก่อนการบริจาคโลหิตขอเชิญนักศึกษา บุคลากร และผู้สนใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย     ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (สำหรับนักศึกษาที่ร่วมบริจาคโลหิตจะได้รับชั่วโมงกิจกรรมด้านจิตอาสา ครั้งละ 6  ชั่วโมง)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา  โทร. 0 5387 3074-75
4 กุมภาพันธ์ 2564     |      976
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์
งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์บริการโลหิต โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  เปิดบริการรับบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้นางนิธิวดี จรรยาสุภาพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานอนามัยและพยาบาล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แจ้งว่า “ตามที่ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดแคลนโลหิต ได้ขอความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง สำหรับช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วย และมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตในการรักษาพยาบาล   โดยงานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา เป็นผู้ดำเนินการประสานงานและอำนวยความสะดวก จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพดี อายุ 17-60 ปี มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป ไม่เป็นโรคหรือพาหะของไวรัสตับอักเสบ ไม่เป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด โรคเลือด โรคมะเร็ง ไม่มีประวัติผ่าตัดใหญ่  มาร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์กันค่ะ”สำหรับการเตรียมตัวชองผู้ที่จะมาบริจาคโลหิต คือ พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง  งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต  งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนบริจาคโลหิต รับประทานอาหารก่อนการบริจาคโลหิตและงดอาหารที่มีไขมันสูง  ดื่มน้ำ 3-4 แก้วก่อนการบริจาคโลหิตอย่างน้อย 30 นาที ไม่รับประทานยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อในระยะ 3 วันก่อนการบริจาคโลหิตขอเชิญนักศึกษา บุคลากร และผู้สนใจร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ในวันพุธที่ 10 และ วันพุธที่ 17  กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00 -14.30 น.  ณ ลานอนันต์ ปัญญาวีร์ อาคารอำนวย     ยศสุข มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (สำหรับนักศึกษาที่ร่วมบริจาคโลหิตจะได้รับชั่วโมงกิจกรรมด้านจิตอาสา ครั้งละ 6  ชั่วโมง)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานอนามัยและพยาบาล กองพัฒนานักศึกษา  โทร. 0 5387 3074-75
4 กุมภาพันธ์ 2564     |      794
ผลงานวิจัยอาจารย์ ม.แม่โจ้ เจ๋ง “ผลิตไฟฟ้าจากการกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์” สร้างพลังงานทดแทน ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม
"ระบบการผลิตไฟฟ้าร่วมกับความร้อนจากขยะติดเชื้อทางการแพทย์" ต้นแบบนวัตกรรมสัญชาติไทยเครื่องแรก ที่ใช้เทคนิคการผลิตไฟฟ้าและความร้อนร่วมกับการกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์ระบบแรกของประเทศไทย ผลงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ ดร.นัฐพร ไชยญาติ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชวโรจน์ ใจสิน อาจารย์ประจำวิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยแม่โจ้และทีมงาน ได้รับรางวัลระดับดี สาขาวิศวกรรมศาสตร์ ในการพิจารณารางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2564 โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รองศาสตราจารย์ ดร.นัฐพร ไชยญาติ หัวหน้าทีมนักวิจัย กล่าวว่า “ผลงานวิจัยชิ้นนี้เกิดจากความต้องการแก้ปัญหาปริมาณขยะติดเชื้อทางการแพทย์ที่มีปริมาณมากในปัจจุบัน โดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะติดเชื้อทางการแพทย์ อีกทั้งยังสอดรับกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของกระทรวงพลังงานได้อีกด้วย ซึ่งได้ทำการศึกษาวิจัยมาประมาณ 5 ปี โดยได้มีการลงนามความความร่วมมือกับบริษัทเอกชน จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด , บริษัท ทานิตะ แฟบริเคชั่น จำกัด และ บริษัท 89 อินเวนชั่น แอนด์ ไอเดีย จำกัด ในการสนับสนุนทุนวิจัยและส่วนอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัยระบบการผลิตไฟฟ้าร่วมกับความร้อนจากขยะติดเชื้อทางการแพทย์ เครื่องนี้เป็นเครื่องต้นแบบขนาดเล็ก มีอัตราการเผาไหม้เชื้อเพลิงขยะติดเชื้อประมาณ 250 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ด้วยการนำขยะติดเชื้อทางการแพทย์ที่ผ่านการบำบัดด้วยเทคนิคบด ย่อย และฆ่าเชื้อด้วยความร้อน มาใช้เป็นเชื้อเพลิงและถ่ายเทความร้อนจากกระบวนการเผาไหม้ให้แก่น้ำสะอาด ซึ่งนวัตกรรมการถ่ายเทความร้อนภายในห้องเผาไหม้โดยตรงให้แก่ของไหลสะอาด ถือได้ว่าเป็นต้นแบบเตาเผาขยะเครื่องแรกของประเทศไทยอีกด้วย จากนั้นนำความร้อนที่ได้จ่ายให้แก่วัฏจักรแรงคินสารอินทรีย์เพื่อผลิตไฟฟ้า และทำให้ได้พลังงานไฟฟ้าสุทธิประมาณ 20 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ 20 หน่วยไฟฟ้า และจากการวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ พบว่า การกำจัดขยะติดเชื้อ 1 กิโลกรัม มีต้นทุนโดยเฉลี่ยตลอดโครงการเพียง 3.185 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมต้องจ้างขนขยะติดเชื้อทางการแพทย์ไปกำจัดกิโลกรัมละประมาณ 10-15 บาท ขึ้นกับระยะทางของโรงพยาบาล รวมทั้งมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโดยเฉลี่ยตลอดโครงการ 3.302 บาทต่อหน่วย ที่สำคัญสามารถควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ผลงานวิจัยชิ้นนี้ ยังเคยได้รับรางวัลระดับดีมาก การประกวดข้อเสนอโครงการผลงานนวัตกรรม และรางวัลเหรียญทองการประกวดผลงานนวัตกรรม ประเภทผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อุปกรณ์อัจฉริยะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2563 ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา  รวมทั้งได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการ Thailand New Gen Inventors Award 2021 (I-New Gen Award 2021) ในงาน "วันนักประดิษฐ์" ประจำปี 2564 ในชื่อผลงานสิ่งประดิษฐ์ ระบบผลิตไฟฟ้าวัฏจักรแรงคินสารอินทรีย์จากพลังงานทดแทนแบบผสมผสานของขยะชุมชนและพลังงานแสงอาทิตย์ในระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2564 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯทั้งนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จะจัดงานมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2564 ในงาน "วันนักประดิษฐ์" ประจำปี 2564 เพื่อมอบรางวัลอย่างเป็นทางการให้กับผู้ได้รับรางวัลประเภทต่าง ๆ ต่อไปปัจจุบัน “ระบบต้นแบบการผลิตไฟฟ้าร่วมกับความร้อนจากขยะติดเชื้อทางการแพทย์” ได้รับการขยายผลต่อยอดเชิงพาณิชย์และใช้งานจริงในโรงพยาบาลและหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง  และได้พัฒนาต่อยอดเพื่อใช้กับขยะทั่วไปอีกด้วย ผลงานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นอีกทางเลือกในการช่วยแก้ปัญหาการกำจัดขยะซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะติดเชื้อจากหน้ากากอนามัยใช้แล้วแล้วทิ้งที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนต้องใช้ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19  พร้อมทั้งยังสร้างพลังงานทดแทนและช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
1 กุมภาพันธ์ 2564     |      2026
ม.แม่โจ้ กวาดรางวัล 3 G ทอง และ 1 G เงิน รางวัลประเมินสำนักงานสีเขียว ปี 2563 (Green Office) ระดับประเทศ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผ่านการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว (Green Office) ในระดับดีเยี่ยม (G ทอง)   และระดับดีมาก  (G เงิน) ตามโครงการส่งเสริมสำนักงานสีเขียว  ปี 2563  ของกรมส่งเสริมส่งเสริมคุณภาพและสิ่งแวดล้อม   ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับหน่วยงานที่ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในสำนักงาน ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร ลดการเกิดของเสีย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gases: GHG) ออกสู่บรรยากาศ และดำเนินกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคณะกรรมการตรวจประเมินสำนักงานสีเขียว ระดับประเทศได้ตรวจประเมินสำนักงานที่ขอรับการรับรองเรียบร้อยแล้ว  ในปี 2563  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีหน่วยงาน ที่ขอเข้ารับการประเมิน 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักหอสมุด(เพื่อต่ออายุ)  สำนักงานมหาวิทยาลัย (เพื่อต่ออายุ) คณะวิทยาศาสตร์(ครั้งแรก) และคณะสารสนเทศและการสื่อสาร(ครั้งแรก) โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ซึ่งคณะกรรมการได้ทำการตรวจประเมินตามเกณฑ์ใน 6 หมวด ได้แก่ 1.)การกำหนดนโยบายและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง  2.)การสื่อสารและการสร้างจิตสำนึก  3.)การใช้ทรัพยากรและพลังงาน  4.)การจัดการของเสีย 5.)สภาพแวดล้อมและความปลอดภัยในสำนักงาน และ 6.)การจัดซื้อจัดจ้าง  และผลการตรวจประเมินหน่วยงานของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทั้ง 4 หน่วยงาน มีดังนี้รางวัลระดับดีเยี่ยม (G ทอง)  ได้แก่  สำนักหอสมุด  สำนักงานมหาวิทยาลัย (รางวัลระดับดีเยี่ยมต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน) และ คณะวิทยาศาสตร์ (เข้ารับการประเมินครั้งแรก)รางวัลระดับดีมาก (G เงิน) ได้แก่  คณะสารสนเทศและการสื่อสาร (เข้ารับการประเมินครั้งแรก)    ทั้งนี้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  จะได้จัดมอบโล่รางวัลอย่างเป็นทางการให้กับมหาวิทยาลัยต่อไป
22 มกราคม 2564     |      768
Maejo Open Farm 2021 : Online ม.แม่โจ้ เตรียมเปิด Land Mark ใหม่ เที่ยวปลอดภัย แบบ New Normal
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดเปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ Maejo Open Farm 2021Online   เปิดแหล่งท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศ ทั้งแบบ Online และ Walk in มาท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal พักผ่อนหย่อนใจ ในบรรยากาศสไตล์ฟาร์ม พบกับป่าใกล้เมืองที่สมบูรณ์ที่สุด  ชมฟรี....ระหว่างวันที่ 14-17 มกราคม 2564 ณ  มหาวิทยาลัยแม่โจ้  จ.เชียงใหม่รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้  กล่าวว่า  “มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นสถาบันการศึกษาที่มีรากฐานทางการเกษตรเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีอายุมากว่า 85 ปี ได้สะสมองค์ความรู้มากมายที่พร้อมจะถ่ายทอดสู่สังคมในรูปแบบต่างๆ  ซึ่งการเปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หรือ Maejo Open Farm 2021 ในครั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทางสำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัย รวมถึงหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง  เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย ให้น่าสนใจ สวยงาม ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศ รองรับนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป ได้เข้ามาเยี่ยมชม พักผ่อนหย่อนใจ จัดเป็น Land Mark และจุด Check In แห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการจัดงานฯ ได้ปรับให้เป็นการท่องเที่ยววิถีใหม่  New Normal ซึ่งสามารถเข้ามาท่องเที่ยวแบบ Onlineและ Walk in เข้าเยี่ยมชมสถานที่จริงได้อย่างสบายใจ”งานเปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แบ่งพื้นที่การจัดงานเป็น 2 โซน คือ โซนภายในมหาวิทยาลัย และ โซนฟาร์มมหาวิทยาลัยบนเนื้อที่กว่าพันไร่ โดยจะได้พบกับ 8 ฐานเรียนรู้ไฮไลท์ ที่ต้องเยี่ยมชมฐานเรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัย มี 3 ฐาน ฐานเกษตรทฤษฎีใหม่ หัวใจคนก้าวหน้า  ชมแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงบนที่ดินทำกินจำนวนไม่มาก ทั้งปลูกผัก ปลูกไม้ผล ปลูกพืชไร่ เลี้ยงสัตว์ ขุดสระ ปลูกที่อยู่อาศัย ผู้เข้าชมแบบ Walk in สามารถตัดผักจากแปลงได้ทุกวันฐานเกษตรล้านนา วิถีแห่งธรรม ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณี ศิลปกรรมพื้นบ้านล้านนา กลุ่มบ้านล้านนาจำลอง เรียนรู้การไถนาด้วยสัตว์ วัฒนธรรมการดำนา ปลูกข้าว การปลูกผักสวนครัวหลังบ้าน  มีแปลงสาธิตเกษตรธรรมชาติและเกษตรอินทรีย์ ได้สัมผัสวิถีวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนาโดยแท้จริงฐานนวัตกรรมแห่งการพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ  เป็นการจัดแสดงนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่  เช่น การช่วยชีวิตเอ็มบริโอ การเพิ่มจำนวนโครโมโซม ทำให้ได้ลูกผสมพันธุ์ใหม่ของโลก  เช่น หงส์เหินพันธุ์ใหม่  หน้าวัวกระถาง  ปทุมมา3N สร้างตลาดไม้ดอกไม้ประดับของไทยให้เข้มแข็ง สามารถแข่งกันกับตลาดโลกได้ฐานเรียนรู้บนพื้นที่ฟาร์มมหาวิทยาลัย มี 5 ฐาน ฐานมหัศจรรย์พันธุ์ไม้ฟอกอากาศ  มีการจัดแสดงพันธุ์ไม้ฟอกอากาศหลายสายพันธุ์ ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดสารพิษจากหมอกควัน  ดูดสารพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ และดูดฝุ่นละอองขนาดเล็ก 5  แนวคิดการจัดมุมทำงานด้วยไม้ฟอกอากาศที่ให้ความสวยงามเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยลดมลพิษ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ฐานพรรณไม้หลากสีสัน แห่งทุ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้   มีแปลงดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ เช่น ดอกบานชื่น ดอกทานตะวัน ดอกคอสมอส ดอกมากาเร็ต รวมถึงแปลงไม้ผลเศรษฐกิจเพื่อการส่งออก เช่น มะม่วง ลำไย ที่มีการตกแต่งทรงพุ่มเพื่อ ที่ปลูกผสมผสานกันอย่างลงตัว เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเกษตรเชิงนิเวศแห่งใหม่ ที่ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินฐาน Amazing 2ชีวภัณฑ์ระดับโลก  นวัตกรรมสารชีวภัณฑ์ “ซิลเวอร์นาโน” ที่มีประสิทธิภาพการป้องกันเชื้อโรค โดยใช้เป็นยาฆ่าเชื้อ ผลิตจากโลหะเงินที่มีความบริสุทธิ์ 99.99% ด้วยเทคโนลียีนาโน มีความปลอดภัย ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อนผิวหนัง และพื้นผิวที่สัมผัส ใช้ได้กับทุกพื้นผิว ทุกพื้นที่ สัมผัสร่างกายได้  และ “สารชีวภัณฑ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืช Bio9” นวัตกรรมช่วยลดอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชทางการเกษตร เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้เกษตรกรที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายและมีประสิทธิภาพในการกำจัดวัชพืชได้ดี ทั้งยังส่งผลทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีแก่เกษตรกรในระยะยาวอีกด้วยฐานแปลงกัญชาเพื่อรักษาโรค ใหญ่ที่สุดในเอเซียน  แปลงปลูกกัญชาอินทรีย์ จำนวน 16,700 ต้น ซึ่งเป็นแปลงปลูกกัญชาที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ลงนามความมือกับกรมการแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม ร่วมวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชาและกัญชงเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มีการปลูกแบบอินทรีย์ ทั้งในระบบปิดและระบบเปิดฐานความงดงามแห่งพืชผัก มีการแสดงพันธุ์ผักและการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักในระบบเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากล ชื่นชมความงดงามแห่งทุ่งดอกผัก 3 สีมหัศจรรย์ เขียว ขาว เหลือง บนพื้นที่ 9 ไร่ พร้อมจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักอินทรีย์ ต้นกล้าพันธุ์ผักสวนครัว และผลผลิตสดๆ จากแปลงของนักศึกษานอกจากนั้น ยังมีแปลงปลูกผักแลกค่าเทอมของนักศึกษาซึ่งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้สู่การลงมือปฏิบัติจริงของนักศึกษาที่สนใจในการทำการเกษตร และหารายได้ระหว่างเรียน   สำหรับผู้เยี่ยมชม ทั้งแบบ Walk in และ Online  จะได้ร่วมสนุกลุ้นรับรางวัล อีกด้วย และพิเศษไปกว่านั้น  นักเรียน นักศึกษา ที่มีความสนใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และมีคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เพียงลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Online ก็สามารถมาสมัครและผ่านการคัดเลือกได้ทันที ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่  www.openfarm.mju.ac.thทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 อย่างเคร่งครัด เปิดฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (Maejo Open Farm 2021) Online ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal  ระหว่างวันที่ 14-17 มกราคม 2564  ณ  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ติดตามชมพิธีเปิดออนไลน์ในวันที่ 14 มกราคม 2564 เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป ทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ Maejo University https://www.facebook.com/MaejoUniversity
11 พฤศจิกายน 2565     |      2128
ม.แม่โจ้ ได้คะแนนเต็มด้าน Policy 100 % ครองอันดับ 2 ของประเทศ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน 2563  (SCD Ranking 2020)
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563  มูลนิธิส่งเสริมทบวงมหาวิทยาลัย รายงานผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน -Sustainable Community Development University Rankings 2020 SCD Ranking 2020) ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 2 ของประเทศ โดยได้รับคะแนนด้านนโยบายการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน (SCDUR)เป็นการจัดอันดับที่จัดทำโดยมูลนิธิเพื่อการส่งเสริมกระทรวงมหาวิทยาลัย (UFPMUA) ประเทศไทยการจัดอันดับแสดงให้เห็นถึงการเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกจาก 11 ตัวชี้วัดที่กระจายอยู่ใน 7 ด้าน ได้แก่ นโยบายการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,หลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน, บริการวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,การหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,การวิจัยการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน,ศิษย์เก่าที่ทำงานในชุมชนเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและรางวัลด้านการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ประจำปี 2563Sustainable Community Development University Rankings 2020 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศ โดยมีคะแนนแต่ละด้านดังนี้     1.) ด้าน นโยบายการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 100   2.) ด้านการวิจัยการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนร้อยละ 95   3.)รางวัลในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 65      4.) ด้านการหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 50.38   5.) ด้านศิษย์เก่าที่ทำงานในชุมชนเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 30   6.) ด้านบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ร้อยละ 28.49   และ 7.) ด้านหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนร้อยละ 12**อ้างอิงจาก http://www.scdrankings.in.th/rep_score.htm
7 มกราคม 2564     |      1475
เริ่มแล้ว !! ตบกันมันส์ ฟาดกันแรง แข่งกันเต็มที่ กีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอเชิญ ชม เชียร์ การแข่งขันกีฬาบุคลากกรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจำปี 2563
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดโครงการแข่งกันกีฬาบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจำปี 2563  ส่งเสริมการออกกำลังกาย สร้างสุขภาพดี กระชับความสามัคคี ตั้งแต่บัดนี้ – 25 ธันวาคม 2563สโมสรบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัย ให้ดำเนินการจัดโครงการแข่งขันกีฬาบุคลากร ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะส่งเสริมให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพดี แข็งแรง  สร้างความสามัคคีในกลุ่มคณะ อีกทั้งยังเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนส่งเสริมให้บุคลากรภาครัฐได้ออกกำลังกายอีกด้วยในปีนี้มีการจัดการแข่งขัน ดังนี้ ฟุตบอลชาย วอลเลย์บอล (ทีมผสมชายไม่เกิน 2 คน) แบดมินตัน ว่ายน้ำ กรีฑา เปตอง และกีฬามหาสนุก นอกจากนั้นปีนี้ยังได้ริเริ่มจัดการแข่งขัน “วิ่งรอบมหาวิทยาลัยเชื่อมใจบุคลากร” ระยะทาง 6 กิโลเมตร ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแข่งขันมาตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 และจะมีพิธีเปิด-ปิด การแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อมอบถ้วยรางวัลแต่ละชนิดกีฬา ในวันที่ 25 ธันวาคม 2563 โดยมีหน่วยงานทั้งระดับคณะ/วิทยาลัย/สำนัก และกลุ่มวิสาหกิจ เข้าร่วม จำนวน 21 หน่วยงาน  สำหรับกีฬาที่กำลังทำการแข่งขัน มีดังนี้วันที่ 30 พฤศจิกายน-4 ธันวาคม 2563 การแข่งขันแบดมินตัน             ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติวันที่ 8 ธันวาคม 2563               วิ่งรอบมหาวิทยาลัยเชื่อมใจบุคลากร  ณ เส้นทางภายในมหาวิทยาลัยวันที่ 16 ธันวาคม  2563            การแข่งขันว่ายน้ำ                      ณ สระว่ายน้ำอุบลรัตน์ฯวันที่ 16-18 ธันวาคม 2563        การแข่งขันเปตอง                      ณ หลังอัฒจันทร์ไม่มีหลังคาวันที่ 21-22 ธันวาคม 2563        การแข่งขันกรีฑา (ลาน/ลู่)            ณ สนามกีฬาอินทนิลวันที่ 25 ธันวาคม 2563             กีฬามหาสนุก                           ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นกำลังใจให้นักกีฬาของแต่ละหน่วยงาน ได้ตามกำหนดการแข่งขันข้างต้น และขอเชิญร่วมมหกรรมพิธีเปิด-ปิด อย่างเป็นทางการ กับ Theme ขบวนพาเหรด “สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องออกกำลังกายและทานอาหารเกษตรอินทรีย์มีประโยชน์” ในวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2563  ณ  ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
8 ธันวาคม 2563     |      1349
ทั้งหมด 27 หน้า